
มูลนิธิฯ
ขอนำข้อเขียนของ ม.ร.ว.พันธุ์ทิพย์ บริพัตร ซึ่งเป็นผู้ให้กำเนิดวังตะไคร้ร่วมกับพระสวามี
คือ พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุมภฏพงษ์บริพัตร
กรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิพินิต หรือ เสด็จในกรมฯ ที่ได้เขียนไว้ในหนังสือ
วังตะไคร้ จัดพิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานประดิษฐานพระรูป
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุมภฏพงษ์บริพัตร กรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิพินิต
ณ วังตะไคร้ เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2506 มาให้ท่านอ่านเพื่อให้ทราบถึงจุดกำเนิดวังตะไคร้
เมื่อประมาณ 15 ปี มานี้...
เสด็จในกรมฯ ข้าพเจ้า
และเพื่อนฝูงได้มีโอกาสไปเที่ยวน้ำตกสาริกา โดย พระนิกรบดี
รองปลัดกระทรวงมหาดไทย และขุนสนิทประชากร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก
เป็นผู้พาไป เวลานั้นถนนจากตัวเมืองนครนายกถึงน้ำตกยังไม่มี
พวกเราต้องนั่งเรือยนต์เผาหัวแล่นขึ้นลำแม่น้ำนครนายกคดเคี้ยวไปมา
3 ชั่วโมง จากนั้นขึ้นบกตรงวัดเขานางบวช เรารับประทานอาหารกลางวันที่นั่น
ขุนสนิทประชากรจัดช้างมารับหลายเชือก ข้าพเจ้าเห็นกูบช้างเป็นโครงไม้ครอบอยู่บนหลังช้าง
จึงขอสมัครเดินมากกว่า คนอื่น ๆ ก็พลอยสมัครเดินตามข้าพเจ้าด้วย
เลยไล่ช้างกลับ พวกเราเดินข้ามทุ่งนาไปทางเดียวกันกับทางช้างเดิน
เป็นเหตุให้บางคนพลัดตกลงไปในลุ่มรอยเท้าช้าง จึงเป็นเรื่องขบขันให้ล้อกัน
เดินต่อมาถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง เราก็พยายามเช่าเกวียนเพื่อเดินทางต่อ
ควายได้กลิ่นคนแปลกหน้าก็ดื้อไม่ยอมให้เทียม สักพักหนึ่งจึงเทียมได้
มีบางคนนั่งเกวียน บางคนก็เดิน ถึงน้ำตกระยะทางราว 10
กิโลเมตร ตอนนั้นน้ำตกสาริกาเป็นที่รู้จักของชาวบ้านแถบนั้นเท่านั้น
ยังสะอาดสวยงามตามธรรมชาติ
 |
พวกเราพักสักครู่ก็ลงอาบน้ำในอ่างใสแจ๋วเย็นชื่นใจ ขากลับฝนตกหนักเล่นเอาพวกเราเปียกโชกไปหมด
คนขี้หนาวตัวสั่นเป็นลูกนก เพื่อนคนหนึ่งหมดแรงถึงกับหล่นลงมาจากเกวียน
กว่าจะเดินทางกลับมาลงเรือก็พลบค่ำ เคราะห์ดีเรือมีไฟฉายใหญ่สามารถเดินทางกลางคืนได้
ขากลับเรือแล่นเร็วกว่าขาไปเพราะตามน้ำ ถึงที่พัก ณ จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายกประมาณ
4 ทุ่มเศษ จึงรับประทานอาหารค่ำและหลับไหลด้วยความอ่อนเพลีย
การเดินทางครั้งนี้
นอกจากสนุกสนานตาม ๆ กันแล้ว ข้าพเจ้าตื่นเต้นทิวทัศน์ตำบลสาริกามาก
บริเวณนั้นเต็มไปด้วยเขา ต้นไม้ใหญ่ และธารน้ำใส ข้าพเจ้าทราบว่า
ทางจังหวัดได้มีโครงการตัดถนนจากตัวเมืองนครนายกไปยังน้ำตกสาริกาอยู่แล้ว
ต่อไปการไปมาก็คงไม่ยากเช่นนี้ ข้าพเจ้าจึงอ้อนวอนเสด็จในกรมฯ
ให้ทรงซื้อที่ดินแถบนั้นสำหรับปลูกที่พักตากอากาศ
ความจริงบริเวณนั้นยังเป็นที่เปลี่ยวไม่น่าอยู่ สัตว์ร้ายเช่นช้างป่าและหมีก็ชุกชุม
ข้าพเจ้ายังได้พบชายชาวบ้านคนหนึ่งหน้ายุบเพราะโดนหมีตบ
แต่เราก็เลือกซื้อได้ที่ริมห้วย ตรงข้ามวัดหมู่บ้านสาริกา
ซึ่งขณะนั้นเรียกว่า วัดคีรีเมฆลา
พอเราปลูก ตำหนัก ในที่ ๆ เสด็จในกรมฯ
ทรงซื้อเสร็จเรียบร้อย พระครูเจ้าอาวาสจึงเปลี่ยนชื่อเป็น
วัดตำหนัก เพราะหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์
ปราโมช ซึ่งเคยไปเที่ยวกับเราบ่อย ๆ ทักท้วงว่า คีรีเมฆลา
มีความหมายไม่ดี คือ เป็นชื่อช้างที่พระยามารขี่
 |
ที่ดินผืนที่เราซื้อและปลูกตำหนักนี้ติดคลองสาริกา
แต่คลองตอนนี้ไกลน้ำตก จึงไม่มีก้อนหินใหญ่ ๆ ทั้งพื้นดินก็เป็นทรายปนโคลน
บางครั้งเล่นน้ำพวกเราถูกปลิงเกาะตาม ๆ กัน ข้าพเจ้าพยายามจะสร้างแก่งขึ้น
โดยให้คนงานขนหินจากที่อื่นมาทุ่มลงไปในคลอง แต่ก็ไม่เป็นผล
บ้านที่สร้างขึ้นต่อมาก็คับแคบสำหรับพวกเรา เพราะมีสมาชิกมาร่วมมากขึ้นทุกที
จึงได้แต่เพียงอาศัยนอนเท่านั้น รับประทานอาหารเช้าแล้วออกไปเที่ยวตามเขาตามห้วย
เดินกันทั้งวันก็มี โดยมีข้าวห่อเป็นเสบียงติดไป และดื่มน้ำตามลำธาร
ถ้าเดินไกลหลายวันก็มีลูกหาบขนของและเต็นท์นอนไปด้วย ครั้งแรกปีนขึ้นไปบนเขาใหญ่
สมัยนั้นไม่มีถนนขึ้นไป เที่ยวเดินอยู่ 5วัน กลางคืนนอน
รุ่งเช้าก็ย้ายแค้มป์และเดินต่อไปเช่นนั้นทุกวัน ครั้งหนึ่งเราไปถึงน้ำตกนางรองซึ่งเวลานั้นยังไม่มีใครรู้จัก
น้ำตกนี้งามเหลือเกิน เหมือนสวนญี่ปุ่นที่จัดไว้โดยบังเอิญ
ไม่มีบังกาโล เสาไฟฟ้าคอนกรีตรอบอ่างน้ำ น้ำตกในนครนายกมีมากพวกเราพยายามเดินไปทุกแห่งเพราะรักในการท่องเที่ยวแบบนี้
คราวหนึ่งไปน้ำตกเหวกฐินต้นน้ำคลองมะเดื่อ เราไม่ได้เอาเต็นท์ไปด้วย
เพราะกะจะอาศัยอยู่ในถ้ำ เนื่องจากฝนตกทั้งวัน เมื่อไปถึงถ้ำน้ำท่วมเสียแล้ว
เลยต้องปีนไปในที่สูง ตัดต้นกล้วยป่าทำเป็นเพิงนอน ดีที่ครั้งนี้เสด็จในกรมฯ
ไม่ได้เสด็จไปด้วย พวกที่ไปกัน 7 คน เป็นไข้มาลาเรียทั้งหมด
นอกจากข้าพเจ้าและกำนันผู้ซึ่งนำทาง กำนันคนนี้ไม่ได้รับประทานยาป้องกันไข้
แต่มีความต้านทานเพราะเคยชิน คนอื่นรับประทานกันไปก่อนเดินทางแล้ว
น้ำตกเหวนรกอีกแห่งหนึ่งไกลมาก ต้องเดินทั้งวันค้างคืนกลางทางและอีกครึ่งวันจึงถึง
บริเวณเป็นครกหินใหญ่ น้ำตกสูงมาก สวยแต่ดูน่ากลัว ในป่าแถวนี้พบรอยช้างป่าเสมอ
ผู้นำทางเล่าว่า เคยเผ่นหนีปีนขึ้นไปค้างคืนบนต้นไม้ คราวนี้เคราะห์ดีที่ไม่เจอ
น้ำตกที่สวยที่สุดคือ น้ำตกแม่ปล้อง มีน้ำตกลงอ่างใหญ่
ๆ หลายชั้น เดินจาก วังตะไคร้ก็เพียงสามชั่วโมงเท่านั้น
 |
สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี
เสด็จเยือนอุทยานวังตะไคร้
การไปเที่ยวน้ำตกต่าง ๆ ของจังหวัดนครนายกเป็นเหตุให้เจอ
วังตะไคร้ เพราะเป็นสถานที่ที่พวกเราต้องผ่านไป-มา
เกือบทุกครั้ง ข้าพเจ้าชอบลงเล่นน้ำตรงนั้นเสมอ แม้ว่าในขณะนั้นจะเห็นไม่ได้เลยว่า
พื้นที่เป็นอย่างไร เพราะปกคลุมไปด้วยต้นอ้อและหญ้าคา
รกจนเดินสำรวจไม่ได้ แต่ข้าพเจ้าก็ชอบแก่งตรงนั้นเสียจริง
ๆ น้ำใส หินใหญ่ ไม่มีปลิงเหมือนห้วยที่สาริกา ต่อมาจึงซื้อที่ดินบริเวณวังตะไคร้นี้จากชาวบ้านเอาไว้สำหรับเที่ยวเล่นและว่ายน้ำ
ต่อมาอีก 3 ปี ถนนจากหมู่บ้านสาริกาไปนางรองได้ผ่านวังตะไคร้แล้ว
เราจึงปลูกบ้านพักใหญ่ใกล้ลำธารบริเวณวังตะไคร้ และย้ายจากสาริกาไปอยู่ที่นั่น
บ้านสาริกาพร้อมด้วยสวนผลไม้ที่ปลูกสร้างขึ้น ได้ยกให้แก่กระทรวงสาธารณสุขเพื่อเป็นสถานีอนามัยตำบลสาริกา
จากนั้นเราได้ซื้อที่บริเวณวังตะไคร้เพิ่มเติมทีละแปลงสองแปลงจนจดเขา
และได้ตบแต่งปรับปรุงบริเวณวังตะไคร้จนเป็นอย่างที่เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้
ม.ร.ว.พันธุ์ทิพย์ บริพัตร หรือ
คุณท่าน ใช้เวลากว่า 10 ปี ในการหักร้างถางพง
วางแผน จัดสถานที่ และปรับสภาพจากป่าซึ่งอุดมด้วยต้นไม้ใหญ่
ต้นอ้อและหญ้าคา มาเป็นสนามหญ้านวลน้อยอันเขียวสด โดยมีเสด็จในกรมฯ
ทรงเป็นผู้สนับสนุนการดำเนินงานเรื่อยมา เพราะพระองค์ทรงทราบว่า
วังตะไคร้เป็นสถานที่ที่"คุณท่าน"สร้างขึ้นจากความฝันซึ่งมีมาแต่วัยเยาว์
อีกทั้ง 2 พระองค์ ทรงโปรดสถานที่แห่งนี้มาก จึงใช้เป็นที่ประทับพักผ่อนส่วนพระองค์และญาติมิตรบ่อยครั้ง
เสด็จในกรมฯ สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่
15 กันยายน 2502 "คุณท่าน"ทราบดีว่าเสด็จในกรมฯ
ทรงโปรดวังตะไคร้มาก จึงได้ทุ่มเทกำลังกายและกำลังทรัพย์ปรับปรุงสถานที่ให้งดงามยิ่งขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่พระองค์
พร้อมทั้งได้นำพระรูปเสด็จในกรมฯ มาประดิษฐานในวังตะไคร้ด้วย
นอกจากต้องการให้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจแล้ว คุณท่านยังได้รวบรวมพันธุ์ไม้ต่าง
ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งการสั่งซื้อและการแลกเปลี่ยนด้วยความเอื้อเฟื้อของนักเล่นต้นไม้บ้าง
นำมาปลูกใน วังตะไคร้โดยหวังให้เป็นสถานที่ให้ความรู้ทางด้านพฤกษศาสตร์
และได้เริ่มเปิดวังตะไคร้ให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมเมื่อปี
พ.ศ. 2505
ในที่สุดข้าพเจ้าหวังว่า สถานที่วังตะไคร้ซึ่งเสด็จในกรมฯ
และข้าพเจ้าฝังจิตใจไว้
จะเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจอันถาวรสร้างความสดชื่นสนุกสนานรื่นเริง
พร้อมทั้งความรู้ทางพฤกษศาสตร์แก่ทุกท่านตลอดไปชั่วกาลนาน
ข้อเขียนของ ม.ร.ว.พันธุ์ทิพย์ บริพัตร
ในหนังสือ วังตะไคร้
พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานประดิษฐานพระรูป พระเจ้าวรวงศ์เธอ
พระองค์เจ้าจุมภฏพงษ์บริพัตร กรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิพินิต
ณ วังตะไคร้ เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2506
|